ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งให้ถูกหลัก เพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

ประเทศไทยของเรานั้นมีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มันจึงไม่น่าแปลกใจที่สิ่งที่พวกเขาเชื่อจะกระจายอยู่ทั่วทุกมุมของประเทศ อย่างเช่น “ตี่จู้เอี๊ยะ” ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ หากคุณได้เดินทางหรือไปเยี่ยมชมบ้านของคนไทยเชื้อสายจีน ก็จะต้องเคยเห็นศาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตามมุมบ้านอย่างแน่นอน ความแตกต่างของศาลดังกล่าวกับศาลของคนพื้นถิ่นดั้งเดิมจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะตำแหน่งการวาง เนื่องจากศาลดังกล่าวมักจะถูกวางอยู่บริเวณพื้นบ้านอยู่เสมอ ถึงจะเป็นที่สิงสถิตของเทพก็ตาม วันนี้ Lottosod96 จะพาทุกคนไปดูกันว่า ศาลดังกล่าวคืออะไรและมีวิธีตั้งอย่างไรให้ถูกต้อง เพื่อเสริมความเป็นมงคลให้กับชีวิตกัน 

วิธีการตั้งตี่จู้เอี๊ยะอย่างถูกหลักเพื่อช่วยเพิ่มสิริมงคลให้กับชีวิต 

ตี่จู้เอี๊ยะ

ตี่จู้เอี๊ยะ เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจีน ที่ตั้งศาลขึ้นมาเพื่อสักการบูชาและทำพิธีให้กับเจ้าที่รวมไปถึงเทพเจ้า โดยเป็นความเชื่อที่ว่า เทพจะช่วยปกปักรักษาครอบครัวให้ปรอดภัย ช่วยเพิ่มโชคลาภบารมี และยังช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของผู้ที่บูชาอีกด้วย โดยสิ่งที่สถิตอยู่ในศาลจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแลคุ้มครองคนภายในบ้านและยังเป็นเทพที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดอีกด้วย ความเชื่อของศาลดังกล่าวในประเทศไทยเริ่มต้นมาจาก บรรพบุรุษชาวจีนกลุ่มแรกที่ได้เดินทางเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย และต้องการจะหาที่อยู่อาศัยให้กับเทพที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองตนเอง จึงมีการนำเอากระดาษสีแดงมาเขียนด้วยหมึกดำ เป็นภาษาจีนแปลความหมายได้ว่า ที่สถิตของเทพ เป็นการสื่อว่าบ้านหลังนี้มีเทพอาศัยอยู่เพื่อช่วยปกปักรักษา 

ตี่จู้เอี๊ยะ

ในเวลาต่อมาก็ได้มีการพัฒนาจนกลายเป็นศาลขนาดเล็กเหมือนกับที่เราเห็นในปัจจุบัน ความหมายของชื่อนั้นหมายถึงเทพแห่งธาตุดิน ป้ายบริเวณด้านหน้าจะมีอยู่ 2 แบบ เขียนด้วยตัวอักษรจีนที่แปลความหมายได้ว่า เงินทองไหลมาเทมาและหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า และอีกแบบจะแปลได้ว่า สถานที่ใช้รวบรวมเงินทองมหาศาล มีตัวอักษรเดี่ยวอยู่ 2 ตัว ระหว่าง 3 แถว ตัวอักษรมีความหมายถึงคนจีนที่ได้มาลงหลักปักฐานในประเทศไทย ตัวอักษรจีนแถวกลางที่มีตัวขนาดใหญ่อ่านจากด้านบนลงด้านล่างแปลได้ว่า สถานที่สถิตของเทพและเจ้าที่ และมีคำอวยพรเป็นตัวอักษรภาษาจีนอยู่ 2 ด้านทางซ้ายและขวาแปลว่า เงินไหลมาเทมา 4 ทิศ ครบถ้วนธาตุทั้ง 5 ให้มีโชคลาภเงินทอง มีเสาอักษรมงคลที่แปลความหมายได้ว่า เงินทองให้มาอยู่ที่นี่และรวยมีลาภไหลลงมาจากฟ้า ฐานของศาลก็จะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป หากเป็นมังกรก็จะเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเกรงขาม ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้คนและขับไล่สิ่งชั่วร้าย ฐานผลไม้มงคล 5 ชนิด หมายถึงความอุดมสมบูรณ์กินเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และฐานตัวอักษรมงคล 5 ตัว ที่หมายถึงเงินทอง โชคลาภ และสมบัติ 

ตี่จู้เอี๊ยะ

สัตว์มงคลที่อยู่ในตี่จู้เอี๊ยะจะประกอบไปด้วย มังกรที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล อำนาจ บารมี ความยิ่งใหญ่ สุขภาพร่างกายแข็งแรง หงส์ที่มีความหมายถึงความสง่างาม ความสุข และความอ่อนหวาน ปลาหลีฮือเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่ง กิเลนคู่มีความหมายถึงความเมตตาปรานี หากเป็นคนจิตใจดีก็จะได้รับความช่วยเหลือ แต่หากเป็นคนจิตใจไม่ดีก็จะไม่ได้รับการตอบรับ และยังมีพลังในการเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้อีกด้วย ส่วนวิธีการตั้งศาลนั้นทิศด้านหลังจะต้องไม่อยู่ชิดกับเตาไฟ ห้องน้ำ ห้องครัว ประตู และบันได จุดที่พิงด้านหลังจะต้องไม่มีการเคลื่อนย้าย ด้านหน้าจะต้องเป็นที่โล่งและมีแสงสว่าง เพื่อให้โชคลาภเข้ามาถึงในบ้าน ด้านบนจะต้องไม่มีอย่างอื่นวางอยู่เหนือศาลและต้องไม่มีคานบ้าน ส่วนด้านใต้จะต้องเป็นพื้นธรรมดาที่ไม่มีฐานรอง หากนำเอาเงินทองหรือเพชรนิลจินดามาใส่เอาไว้ ก็จะสามารถเสริมพลังได้เป็นอย่างดี

อยากไหว้ตี่จู้เอี๊ยะต้องทำอย่างไรไปดูกัน

ตี่จู้เอี๊ยะ

หากคุณมีตี่จู้เอี๊ยะอยู่ในบ้านแล้วต้องการที่จะไหว้บูชา โดยปกติจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบประกอบไปด้วย การไหว้ประจำวันและการไหว้ในวันพระจีน วิธีการไหว้ให้ใช้น้ำชา 5 ถ้วย กระดาษไหว้ 1 ชุด และน้ำเปล่า 3 ถ้วย จุดธูป 7 ดอกไหว้เคารพเจ้าที่ ขอพร หลังจากนั้นปักธูปบนกระถางแล้วค่อยไหว้เทพประจำประตู นำเอากระดาษไปเผาหน้าบ้านเป็นอันเรียบร้อย หากเป็นการไหว้ตามวันพระจีนก็ไม่จำเป็นต้องจุดไฟเผากระดาษแต่อย่างใด 

ส่วนของไหว้จะประกอบไปด้วย กระถางขนาดใหญ่ที่สามารถใส่ธัญพืชลงไป 5 อย่างประกอบไปด้วยเมล็ดถั่วแดง สาคู ถั่วเขียว ข้าวสาร ข้าวเหนียวแดง ธูป 5 ดอก แจกัน 1 คู่เอาไว้ใส่ดอกไม้สด เหรียญ 10 จำนวน 5 เหรียญ วางเอาไว้ในกระถางธูป ถ้วยเหล้า 5 ถ้วย ถ้วยชา 5 ถ้วย ผลไม้มงคล 5 อย่าง ขนมถ้วยฟูจีน 1 ชิ้น สาคูแดงจำนวน 5 ถ้วย ขนมจันอับ ข้าวสวยจำนวน 5 ถ้วย ซาแซซึ่งเป็นของไหว้ชุดเล็กประกอบไปด้วย ของคาว 3 อย่าง หรือโหงวแซเป็นของชุดใหญ่ที่มี 5 อย่าง เป็นของคาวประกอบไปด้วยตับ ปลา กุ้งมังกร ไก่ หมู และสุดท้ายคือเจฉ่าย